Tortaharn.net

Thursday, 09 September 2010

รายการ
หน้าแรก
ความฝันอันสูงสุด
วัตถุประสงค์
บทความ
ประวัติศาสตร์ทหาร
หนังสือ
รู้จักทอทหาร
ทอทหาร Facebook
ทอทหาร Twitter
ติดต่อทอทหาร
เชื่อมโยง
ค้นหา
สมุดเยี่ยม
เพื่อนบ้านน่าสนใจ
Guru-ICT.com
ทหารดอทเน็ต
ตท.26/จปร.37
ประชาสรรค์
อานันท์
เวบมาสเตอร์
แก้ไขระบบ
บุคคลออนไลน์
ขณะนี้มี 51 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
เข้าสู่ระบบ
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่
ปฏิทิน
« มิถุนายน 2010  
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930     
เวลาปัจจุบัน
สถิติ
จำนวนสมาชิก : 6017
จำนวนข่าวสาร : 176
เว็บลิงค์: 21
ผู้เยี่ยมชม: 4241602
Syndicate
ยุทธศาสตร์ชาติ – เรื่องที่ยังคลุมเครือ PDF พิมพ์ ส่งเมล
แก้ไขโดย ทอทหาร   
วันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2551

 

    ปัจจุบันในเรื่องของความชัดเจนในการกำหนดนโยบายความมั่นคงนั้นแห่งชาตินั้น สมช.เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการ แต่อย่างไรก็ดีประเทศไทยนั้นไม่มีการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติในภาพรวมที่เป็นรูปธรรม ที่ผ่านมาคงมีแต่การกล่าวถึงคร่าว ๆ ในลักษณะของการแถลงนโยบายของ ครม. ต่อรัฐสภาในโอกาสที่เข้ารับตำแหน่งและบริหารประเทศใหม่ ๆ นอกจากนี้จะมีปรากฏในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่เป็นนโยบายระดับชาติ โดยมีการกำหนดระยะเวลาอย่างต่อเนื่องยาวนานครั้งละ 4 ปี

    ดังนั้นเมื่อไม่มียุทธศาสตร์ชาติที่ชัดเจนแล้ว การกำหนดยุทธศาตร์ในระดับรอง ๆ ลงมาอย่างเช่น ยุทธศาสตร์ความมั่นคง และยุทธศาสตร์ทหาร จึงเป็นเรื่องที่ต้องคาดเดากันเองว่ายุทธศาสตร์ชาติคืออะไร ส่วนทาง สมช. จัดทำแค่นโยบายความมั่นคงซึ่งก็ไม่ใช่ยุทธศาสตร์ความมั่นคงเลยทีเดียว ปัจจุบันสิ่งทีเกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติจะมีองค์ประกอบต่าง ๆ ที่น่าสนใจดังนี้

    ความเฉพาะเจาะจง: การกำหนดยุทธศาสตร์ความมั่นคงที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจงนั้น ส่วนใหญ่เป็นการดำเนินงานของ สมช. ที่ออกมารองรับต่อปัญหาต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง ซึ่งมีทั้งกำหนดกรอบเวลา และไม่กำหนดกรอบเวลา ดังตัวอย่างเช่น นโยบายเสริมสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี (๒๐๖/๒๕๔๙), ยุทธศาสตร์นักศึกษาไทยมุสลิม, และ ยุทธศาสตร์ความมั่นคงชายแดน เป็นต้น

    ความเหมาะสมในการแปลงไปสู่การปฏิบัติ: การแปลงนโยบายความมั่นคงแห่งชาติไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมนั้น ปัจจุบันค่อนข้างที่จะมีปัญหาเพราะหน่วยที่ต้องรับนโยบายไปปฏิบัติมักจะกล่าวว่านโยบายต่างที่กำหนดขึ้นมานั้น หน่วยมักจะมีปัญหาในการตีความนโยบาย

    กรอบเวลา: กรอบเวลาที่ใช้ในการออกนโบบายความมั่นคงแห่งชาติจะใช้ ห้วงระยะเวลา 4 ปี และห้วงเวลาดังกล่าวตรงกับ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จัดทำขึ้น โดยปัจจุบัน อยู่ในห้วงระยะพ.ศ. 2550 – 2554 ซึ่งมีข้อดีคือ นโยบายทั้งสองมีการวิเคราะห์สภาวะแวดล้อมที่อยู่บนกรอบเวลาเดียวกัน ทำให้ประเด็นปัญหาต่างที่สำคัญมีความสอดคล้องกัน อันนำไปสู่การกำหนดนโยบายด้านความมั่นคงแห่งชาติที่มีประสิทธิภาพ
ปัญหาส่วนใหญ่ของการแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ สามารถใช้กรอบแนวคิดของ McKinsey 7s Framework คือการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของปัจจัยทั้ง 7 ประการอันจะนำไปสู่การเสริมสร้างประสิทธิภาพขององค์กร มาช่วยในการอธิบายได้คือ

 


ภาพที่ 1 McKinsey 7s Framework


    1. ปัญหาในตัวยุทธศาสตร์ (Strategy): การกำหนดยุทธศาสตร์ชาติของประเทศไทยไม่ได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ในลัษณะบูรณาการ (Integration) หรือ องค์รวม (Holistic) ทั้งนี้เพราะมีการกำหนดยุทธศาสตร์ในปัจจุบันจะมีลักษณะเฉพาะด้าน แบ่งแยกตามกำลังอำนาจของชาติ (National Power) และส่วนใหญ่แล้วมักจะออกในลักษณะของ มาตรการเฉพาะหรืออีกนัยหนึ่งคือนโยบาย ดังตัวอย่างเช่น

        • สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือที่รู้จักกันในชื่อ สภาพัฒน์ เป็นหน่วยงานขึ้นตรงของสำนักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่หลักๆ กำหนดยุทธศาสตร์ในกิ่งกำลังอำนาจของชาติด้านเศรษฐกิจและสังคม ที่รู้จักกันในชื่อ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ …… ปัจจุบันเป็นแผนฯฉบับที่ 10 ครอบคลุมระยะพ.ศ. 2550 – 2554

        • สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นหน่วยงานขึ้นตรงของสำนักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่กำหนดนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ ปัจจุบัน อยู่ในระยะพ.ศ. 2550 – 2554

    2. ปัญหาเชิงโครงสร้าง (Structure): หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดยุทธศาตร์และนโยบายความมั่นคงโดยส่วนใหญ่จะเป็นหน่วยงานคนละสังกัดกับหน่วยงานรอง ๆ ที่เป็นหน่วยปฏิบัติทำให้เกิดปัญหาในการทำบูรณาการยุทธศาสตร์และนโยบาย อีกทั้งจะก่อให้เกิดปัญหาในขั้นตอนการแปลงยุทธศาสตร์หรือนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งจะมีความแตกต่างจากหน่วยงานภาคเอกชนที่มีหน่วยงานรองๆ อยู่ภายใต้กรอบกฎระเบียบเดียวกัน ทำให้การขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์หรือนโยบาย มีทิศทางไปในทางเดียวกันและมีความสอดคล้องต่อเนื่องกัน

    3. ปัญหาเชิงระบบ (System): ความแตกต่างทางกระบวนการทำงานหรือขั้นตอนการปฏิบัติของแต่ละหน่วยงานย่อมจะส่งผลให้เกิดการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติที่แตกต่างกัน ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะไม่มีความสอดคล้องประสานกันทุกระดับ ดังตัวอย่างเช่น ขั้นตอนในการกำหนดยุทธศาสตร์ทหารของ วสท. วทบ. วทร. และ วทอ. มีความแตกต่างกัน นั้นหมายถึงกองทัพไทยมีแนวทางในการกำหนดยุทธศาสตร์ที่แตกต่างกัน

    4. ปัญหาเชิงรูปแบบ (Style): การจัดการที่มีรูปแบบวิธีที่เหมาะสมกับลักษณะของหน่วยงาน เช่น การสั่งการ การควบคุม การจูงใจ และการสะท้อนถึงวัฒนธรรมองค์กร ดังตัวอย่างเช่น ข้าราชการทหารมักจะมีรูปแบบการทำงานในลักษณะสั่งการมากกว่าข้าราชการพลเรือน ทำให้ระดับความคิดริเริ่มในการทำงานมีสัดส่วนในระดับที่ต่างกัน การแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติของหน่วยงานจึงมีรูปแบบที่ต่างกันตามวัฒนธรรมองค์กร

    5. ปัญหาบุคลากรด้านยุทธศาสตร์ (Staff): หน่วยงานต่าง ๆ ขาดแคลนบุคลกรทีมีความรู้ความสามารถทางด้านยุทธศาสตร์ ด้วยความไม่เพียงพอนี้เอง จึงส่งผลให้การคัดเลือกบุคลากรเข้าบรรจุทำงานในระดับยุทธศาสตร์ต้องบรรจุกำลังพลทีมีความรู้ความสามารถไม่เพียงพอ ย่อมที่จะส่งผลให้การกำหนดยุทธศาสตร์ การแปลงยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติประสบปัญหาได้

    6. ปัญหาเชิงทักษะ (Skill): ระบบราชการที่ผ่านมาเป็นระบบงานที่มีการหมุนเวียนข้าราชการในระดับต่าง ๆ บ่อยครั้งทำให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งต่าง ขาดความชำนาญการเชิงทักษะที่มีลักษณะเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญ เพราะเมื่อทำงานจนเริ่มมีความเชี่ยวชาญในระดับหนึ่งแล้วบุคคลนั้น ๆ ย่อมมีความต้องการที่จะก้าวหน้าในหน้าที่การงานทำให้ละทิ้งงานในลักษณะเดิม ๆ เพื่อความก้าวหน้าในตำแหน่งที่สูงขึ้น สุดท้ายแล้วผู้ที่ทำงานในระดับต่าง ๆ จะไม่มีทักษะในงานที่ทำในระดับถึงขั้นผู้เชี่ยวชาญ

    7. ปัญหาในค่านิยมร่วม (Shared value): ความแตกต่างทางวัฒนธรรมองค์กรได้ส่งผลให้เกิดปัญหาในขั้นตอนการแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ทั้งนี้เพราะขาดค่านิยมร่วมในการปฏิบัติงานหรือความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ดังตัวอย่างเช่นหน่วยงานความมั่นคงอย่างกองทัพความเชื่อมั่นว่ามีความรักชาติมากกว่าหน่วยงานอื่นทำให้หลายครั้งรับงานไปทำหน่วยงานเดียว หรือขาดความเชื่อมั่นที่จะให้หน่วยงานอื่น ๆ ได้มีโอกาสในการทำงานบางประเภท เป็นต้น

    ส่วนหน่วยงานที่รับผิดชอบในการกำหนดนโยบายทั้งในระดับชาติและปฏิบัติ สามารถแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง ยุทธศาสตร์และหน่วยที่รับผิดชอบได้ในภาพที่ 2



ภาพที่ 2 ความสัมพันธ์ระหว่าง ยุทธศาสตร์กับหน่วยรับผิดชอบ

    ดังนั้นแนวทางการปรับปรุงในการกำหนดนโยบายความมั่นคงแห่งชาติที่เหมาะสม เป็นรูปธรรม นั้นสามารถดำเนินการได้โดย

    1. ปรับปรุงกระบวนการกำหนดยุทธศาสตร์ (Strategic Development Process): หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรที่จะมีการปรับปรุงกระบวนการกำหนดนโยบายหรือยุทธศาสตร์ให้มีกระบวนการที่เป็นรูปแบบเดียวกัน เพื่อให้เกิดการประสานสอดคล้อง และการทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าต่างคนต่างมีกระบวนการของตนเอง

    2. เน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน (Participation): การจัดทำยุทธศาสตร์ที่ได้ผลอย่างเป็นรูปธรรมและได้รับการยอมรับจากหน่วยปฏิบัติ สิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งคือ การให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำยุทธศาสตร์หรือนโยบายตั้งแต่เริ่มแรกจนเสร็จสิ้นออกมาเป็นนโยบายหรือยุทธศาสตร์ จะทำให้เกิดการยอมรับในยุทธศาสตร์หลังจากที่จัดทำเสร็จสิ้น และหน่วยงานต่าง ๆ นำไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ

    3. พัฒนาไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization): ในปี ค.ศ. 1990 Dr. Peter Senge ได้เสนอแนวความคิดเกี่ยวกับองค์กรแห่งการเรียนรู้ไว้ในหนังสือวินัย 5 ประการ(The Fifth Discipline: The Art and Practice of Learning Organization) ได้ให้ความหมายว่า “องค์กรแห่งการเรียนรู้ คือ องค์กรที่บุคลากรในองค์กรนั้นมุ่งมั่นที่จะเพิ่มขีดความสามารถของตน มีการสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นความปรารถนา เป็นที่ซึ่งมีสิ่งใหม่ ๆ เกิดขึ้น และมีการขยายขอบเขตของแบบแผนของการคิด เป็นที่ซึ่งสามารถสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ได้อย่างอิสระ เป็นที่ซึ่งสมาชิกขององค์กรมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องถึงวิธีที่จะเรียนรู้ร่วมกัน”

        3.1 บุคคลรอบรู้ (Personal Mastery) หมายถึง การเรียนรู้ของบุคลากรจะเป็นจุดเริ่มต้น คนในองค์กรจะต้องให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ ฝึกฝน ปฏิบัติ และเรียนรู้อย่างต่อเนื่องไปตลอดชีวิต (Lifelong Learning) เพื่อเพิ่มศักยภาพของตนเองอยู่เสมอ

        3.2 แบบแผนทางความคิด (Mental Model) หมายถึง แบบแผนทางความคิด ความเชื่อ ทัศนคติ แสดงถึงวุฒิภาวะ (Emotional Quotient, EQ) ที่ได้จากการสั่งสมประสบการณ์กลายเป็นกรอบความคิดที่ทำให้บุคคลนั้นๆ มีความสามารถในการทำความเข้าใจ วินิจฉัย ตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม

        3.3 การมีวิสัยทัศน์ร่วม (Shared Vision) หมายถึง การสร้างทัศนคติร่วมของคนในองค์กร ให้สามารถมองเห็นภาพและมีความต้องการที่จะมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน

        3.4 การเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม (Team Learning) หมายถึง การเรียนรู้ร่วมกันของสมาชิกในลักษณะกลุ่มหรือทีมงานเป็นเป้าหมายสำคัญที่จะต้องทำให้เกิดขึ้นเพื่อให้มีการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์กันอย่างสม่ำเสมอ

        3.5 การคิดอย่างเป็นระบบ (System Thinking) หมายถึง การที่คนในองค์กรมีความสามารถที่จะเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ โดยมองเห็นภาพความสัมพันธ์กันเป็นระบบโดยรวม (Total System) ได้อย่างเข้าใจ แล้วสามารถมองเห็นระบบย่อย (Subsystem) ที่จะนำไปวางแผนและดำเนินการทำส่วนย่อยๆ นั้นให้เสร็จทีละส่วน

    4. จัดทำคู่มือหรือแนวความคิดในการปฏิบัติ (Guidance or Concept of Operations: CONOPS): เพื่อให้หน่วยงานที่ต้องนำนโยบายหรือยุทธศาสตร์ไปแปลงเป็นแผนปฏิบัติการ สามารถดำเนินการได้ตรงตามเจตนารมณ์ของกรอบแนวคิดในการจัดทำนโยบายหรือยุทธศาสตร์ หน่วยปฏิบัติสามารถศึกษาแนวทางขั้นต้นได้โดยไม่ต้องรอชุดขับเคลื่อนทางยุทธศาสตร์มายังหน่วยงาน

    5. จัดให้มีการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice): โดยประสาน ผลักดัน และให้ความสำคัญ ในประเด็นต่าง ๆ เช่น ภาวะผู้นำ ด้านการจัดทำนโยบาย และการสนับสนุนการพัฒนายุทธศาสตร์ ให้สามารถเชื่อมโยงและหล่อหลอมเข้ากับกระบวนการในการจัดทำยุทธศาสตร์ขององค์กร ซึ่งต้องอาศัยการBenchmarking อยู่ตลอดเวลา อันนำไปสู่นโยบายหรือยุทธศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพ

    6. จัดตั้งชุดขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ (Strategic Driven Team): เพื่อให้เกิดความเข้าใจในกรอบแนวคิดของนโยบายหรือยุทธศาสตร์ หน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการจัดทำยุทธศาสตร์จะต้องจัดชุดทำงานเคลื่อนที่ (Mobile Team) เพื่อไปให้ข้อเสนอแนะ คำปรึกษา และถ่ายทอดเจตนารมณ์ที่แท้จริงของกรอบแนวคิดนโยบายหรือยุทธศาสตร์ที่จัดทำขึ้น

    7. พัฒนาความสามารถเชิงสมรรถนะหลัก (Core Competencies): โดยพัฒนากลุ่มของทักษะ ความรู้ ความสามารถ รวมทั้ง พฤติกรรม คุณลักษณะและทัศนคติที่บุคลากรที่เกี่ยวข้องในกระบวนการกำหนดยุทธศาสตร์จำเป็นต้องมีเพื่อปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเพื่อให้สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดยุทธศาสตร์ได้อย่างได้อย่างเหมาะสม

    8. ใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงาน (Using Information & Communication Technology): ปัจจุบันความก้าวหน้าของเทคโนโลยีต่าง ๆ โดยเฉพาะเทคโนโลนีสารสนเทศ หรือ IT (Information Technology: IT) นั้นสามารถช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การใช้ IT ในการค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อนำมาใช้ในการวิเคราะห์สภาวะแวดล้อม หรือการจัดทำคลังข้อมูลร่วมความมั่นคง (National Security Data Warehouse) เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร และอื่นอันจะนำไปสู่ ประสิทธิภาพในการกำหนดนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ

    นอกจากนี้ในปัญหาที่เกี่ยวข้องกับองค์ความรู้ในเรื่องที่เกี่ยวกับยุทธศาสตร์ชาติและความมั่นคงยังมีประเด็นปัญหา ที่พอระได้สังเขปดังนี้

        • ประเด็นปัญหาของคำจำกัดความ: ความสับสนของความหมายต่าง ๆ ของคำศัพท์ในกิจการด้านความมั่นคงแห่งชาติ ด้วยความไม่ชัดเจนในคำจำกัดความนั้นได้ส่งผลให้เกิดการตีความที่ผิดพลาดตามมาในขั้นการกำหนดยุทธศาสตร์ ดังตัวอย่างเช่น ความสับสนระหว่างคำว่า ยุทธศาสตร์ กับนโยบาย ที่นิยมใช้ทดแทนกันทั้ง ๆ ที่มีความแตกต่างกัน นโยบายนั้นจะเกี่ยวข้องกับ แนวทาง มาตรการเฉพาะ หรือ กฏ ระเบียบที่นำไปสู่เป้าหมาย ส่วนยุทธศาสตร์นั้นจะต้องมีอค์ประกอบครบทั้ง 3 องค์ประกอบ คือ Ends + Means +Ways

        • ประเด็นปัญหาของกระแสการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและการทบทวนนโยบายและยุทธศาสตร์: การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วส่งผลให้เกิดความยากลำบากในการวิเคราะห์สภาวะแวดล้อม เพราะสถานการณ์ต่างเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการกำหนยุทธศาสตร์ซึ่งเป้นเรื่องที่มองไปข้างหน้าระยะยาวจึงมีความยากลำบากที่จะกำหนดสิ่งสำคัญต่าง ๆ ลงไปในยุทธศาสตร์ อีกทั้งยังส่งผลให้เกิดการทบทวนยุทธศาสตร์ที่บ่อยครั้งขึ้น

    ณ วันนี้ขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายในการที่จะดำรงอยู่ในโลกท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลง ความอยู่รอดของประเทศนั้นต้องอาศัยองค์ประกอบที่หลากหลาย ซึ่งไม่สามารถแบ่งมอบให้ใครคนใดคนหนึ่ง หรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งได้ ความอยู่รอดของประเทศจึงเป็นเรื่องที่ทุกคนในประเทศนั้น ๆ จะต้องร่วมกันคิด ร่วมกันสร้าง และร่วมกันดูแล ประเทศชาติจึงจะสามารถอยู่รอดปลอดภัยต่อไปได้ คำถามที่ผมอยากจะถามไปยังทุก ๆ ท่านว่า แล้วท่านละท่านได้ทำอะไรให้ประเทศชาติสามารถอยู่รอดปลอดภัย ประเทศชาติกำลังต้องการความสามัคคีของคนชาติ หันหน้าเข้าหากันเถอะครับ Please………

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( วันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2551 )
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
| Tortaharn.net | Powered by Mambopixel.com |