|
ทหารอาชีพ แรงบันดาลใจในการเป็นทหารอาชีพ |
|
|
|
|
แก้ไขโดย ทอทหาร
|
|
วันพุธที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ.2551 |
|

ในสมัยวัยเด็กแรงบันดาลใจหนึ่งที่ทำให้ผมมีความอยากเป็นทหารคือสมัยเมื่อผมเรียนอยู่ที่สวนกุหลาบตอน
ม.1 (ปี พ.ศ.2525) ได้มีโอกาสไปเยี่ยมทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ที่ชายแดนที่
อ.อรัญประเทศ และ อ.ตาพระยา
ในครั้งนั้นผมได้มีโอกาสเข้าไปในบังเกอร์ของทหารที่เฝ้าชายแดน
และได้มีโอกาสเล็งปืนกล M-60 ที่ติดแถบสะท้อนแสง และเป้าเล็งที่ทาสีขาวเล็ก
ที่วางเอาไว้เพื่อช่วยเล็งในเวลากลางคืน ผมเองยังจำภาพเหล่านั้นได้ดีจนถึงทุกวันนี้
ไม่ว่าจะเป็นภาพของบังเกอร์ที่แน่นหนา และทางเชื่อมที่คับแคบระหว่างบังเกอร์
ภาพของอาหารที่อยู่ในถาดหลุม ที่สะท้อนให้เป็นภาพของความยากลำบากในการใช้ชีวิต
นอกจากนี้ในสมัยก่อนจะมีการถ่ายทอดพิธีพระราชทานเพลิงศพเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศ
การได้ดูพิธีพระราชทานเพลิงศพฯบ่อยๆ ที่ผมจำได้ดีคือ ผมได้มีโอกาสฟังเพลงเพราะๆ
ในระหว่างรอพระราชพิธีฯ ไม่ว่าจะเป็น เพลงแด่ทหารหาญในสมรภูมิ เพลงชายชาญทหารไทย
เพลงความฝันอันสูงสุด เพลงดุจบิดามาดร และเพลงอื่นๆ อีกหลายเพลง
ที่ฟังแล้วฮึกเฮิมฟังแล้วขนลุก ฟังแล้วอยากที่จะเป็นทหาร และในระหว่างรอพระราชพิธีฯ
อีกเช่นกันได้มีการสัมภาษณ์ครอบครัวของเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิต
โดยญาติของผู้ที่เสียชีวิตต่างตอบในลักษณะเดียวกันคือ
ภูมิใจกับการที่สมาชิกของครอบครัวได้ทำหน้าที่สมเป็นชายชาติทหาร
เรื่องเหล่านี้ถ้าใครได้ฟังบ่อยๆ แล้วย่อมมีความรู้สึกที่อยากจะเป็นทหาร
เพราะได้ซึมซับถึงความเสียสละอันยิ่งใหญ่ทั้งคนที่เป็นทหารเองและผู้ที่อยู่ข้างกายของทหารเหล่านั้น
ได้เห็นธงชาติที่คลุมศพทหารเป็นสิ่งที่มีเกียรติและมีค่ายิ่ง
และสิ่งเหล่านี้นี่เองที่ผมบอกตัวเสมอมาว่าอยากจะเป็นทหาร และต้องเป็นทหารให้ได้
ทั้งๆ ที่ผมไม่เคยเห็นนักเรียนเตรียมทหาร และนักเรียนนายร้อยมาก่อนเลยในชีวิต
และก็โชคดีที่ผมได้มีโอกาสเป็นทหารเหมือนกับเพื่อนร่วมอาชีพของผมหลายคน
ซึ่งทำให้ผมเองมีความเชื่อว่าแต่ละคนนั้นมีความคิดที่จะเป็นทหารตามความคิดและความเชื่อของ
ตนเอง บางคนก็อาจจะเป็นเพราะมองว่าทหารเป็นอาชีพที่มั่นคง
บางคนมองว่าทหารเป็นอาชีพที่มีเกียรติ
บางคนมองว่าการเป็นทหารเป็นอาชีพที่มีความเสียสละ
บางคนมองว่าทหารเครื่องแบบสวยดีสาวๆ อาจจะชอบ สิ่งต่างๆ
เหล่านี้ล้วนแต่เป็นเหตุผลส่วนบุคคลที่ทำให้เขาเหล่านั้นอยากจะเป็นทหาร
แล้วคำถามที่ตามมาคือเราจะทำอย่างไรที่จะทำให้คนที่อยากเป็นทหารนั้น
ล้วนแต่มีแรงบันดาลใจที่เกิดจากความรักชาติ และความเสียสละอันยิ่งใหญ่เพื่อส่วนรวม
มากกว่าที่จะอยากมาเป็นทหารเพราะเครื่องแบบสวยงาม
หรือมากกว่าผลประโยชน์ที่เขาเหล่านั้นจะได้รับจากการเป็นทหาร
การสร้างแรงบันดาลใจหรือแรงจูงใจให้บุคคลพลเรือนมาเป็นทหารเป็นสิ่งที่กองทัพต้องมีการคิด
เตรียมการ และมีการดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
เพราะเป็นสิ่งที่ไม่สามารถดำเนินการได้ง่ายนักในยุคสมัยปัจจุบันท่ามกลางการถาโถมของกระแสโลกาภิวัฒน์
นอกจากนี้เป็นสิ่งที่ทราบกันดีว่าการเข้ามาเป็นทหารจะนั้นค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินที่สูงนั้นย่อมไม่มีทางเป็นได้สำหรับประเทศไทยของเรา
และกองทัพก็ไม่ควรที่จะจูงใจคนที่จะมาเป็นทหารด้วยตัวเงิน
เพราะทหารไม่ใช่อาชีพที่ใครจ้างด้วยเงินสูงกว่าก็ไปยกเว้นทหารรับจ้าง (ทหารรับจ้าง
ทหารที่ไม่ได้รบเพื่ออุดมการณ์และความเชื่อแต่เป็นทหารที่รบเพื่อเงิน)
ดังนั้นสิ่งที่กองทัพไทยน่าจะทำคือ
การให้ข้อมูลข่าวสารของการเป็นทหารให้กับประชาชนทั่วไปได้ทราบกันอยู่เสมอว่า
ทหารฝึกอย่างไร กินอย่างไร นอนอย่างไร ใช้ชีวิตอย่างไร ทำงานอย่างไร ลำบากอย่างไร
และเสี่ยงอย่างไร เพื่อที่จะได้ให้ทุกคนในสังคมไทยได้ทราบว่า
ทหารนั้นมีความเป็นอยู่ที่ลำบาก รายได้น้อย และมีความเสี่ยง นี่คือชิวิตจริง
นี่คืออาชีพจริงๆ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดที่ว่า
เป็นทหารได้แต่งตัวโก้หรูเครื่องแบบสวย เป็นทหารมีรายได้สูง
เป็นทหารมีความเป็นอยู่ที่สะดวกสบาย และอื่นๆ อีกหลายประการ
ที่หลายคนมักจะเข้าใจผิด
การให้ข้อมูลที่ถูกต้องจะช่วยให้ทุกคนในสังคมไทยมีความเข้าใจอาชีพทหารดีขึ้น
และจะทำให้ผู้ที่อยากจะเป็นทหารมีความเข้าใจในสิ่งที่เขาอยากจะเป็นมากยิ่งขึ้น
ในอดีตจนถึงปัจจุบันยังมีผู้ที่มีความเข้าใจผิดอีกเยอะว่า
เป็นทหารนั้นมีความเป็นอยู่ที่สุขสบายอาจจะเหนื่อยเฉพาะตอนฝึกเท่านั้น
หลังจากนั้นก็แต่งเครื่องแบบโก้ๆ สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าเป็นความคิดของหลายๆ
คนที่ทำให้เขาเหล่านั้นเข้ามาเป็นทหาร ซึ่งเมื่อเขาหล่านั้นเข้ามาเป็นทหารได้
ก็พบว่าไม่ได้เป็นอย่างที่คิด และอาจจะผิดหวังได้
เพราะทหารเป็นอาชีพที่ถ้าจะว่าไปแล้วจะต้องพร้อมที่จะเหนื่อยตลอดเวลา
ต้องมีความพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน
แต่จะมีทหารบางส่วนที่อาจจะไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะดังกล่าวเพราะไม่ได้มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการทางทหารโดยตรง
เช่น ทหารที่อยู่หน่วยการศึกษา หรือ ทหารที่อยู่หน่วยกองบัญชาการ
แต่ก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งอาจจะเข้าใจว่าเป็นทหาร
เป็นอาชีพที่ไม่ได้เรียนอะไรที่เป็นวิชาความรู้ด้านอื่นๆ เลย วันๆ
ฝึกแต่ด้านการทหารเพียงอย่างเดียว เพราะเคยมีลูกศิษย์ของผมถามผมว่า
อาจารย์ครับที่โรงเรียนนายร้อยฯ เขาเรียนวิชาที่อาจารย์สอนด้วยหรือครับ
ผมนึกว่ามีแต่แบกปืนแบกเป้วิ่งกันทั้งวันทั้งคืน
ซึ่งผมเองได้แต่ทำหน้างงๆ ว่าหลายๆ
คนยังไม่ทราบว่าคนที่จะมาเป็นทหารนั้นจะต้องใช้ความรู้จากหลายๆ ด้าน
ไม่ใช่แต่เรียนวิชาทหารเพียงอย่างเดียว
เรื่องเหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่ต้องทำการประชาสัมพันธ์ให้กับบุคคลทั่วไปทราบว่าทหารเป็นอาชีพที่มีความต้องการบุคลากรที่มีความสามารถที่หลากหลาย
ในทุกๆ
องค์ความรู้เพื่อนำความรู้มาบูรณาการให้เกิดประโยชน์ต่อการปฏิบัติการทางทหารหรือสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหาร
ทุกวันนี้กองทัพไทยยังไม่ได้ดำเนินการสิ่งใดหรืออาจจะดำเนินการเพียงเล็กน้อยที่จะสร้างหรือทำความเข้าใจให้กับประชาชนได้ทราบว่าทหารทำอะไรบ้าง
มีความเป็นอยู่อย่างไรบ้าง มีกระบวนการฝึกศึกษาอะไรบ้าง มีความเสียสละอย่างไร
มีประวัติความเป็นมาอย่างไร
ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ที่แท้จริงของกองทัพที่จะได้คนที่อยากจะเข้ามาเป็นทหารเพราะเขาทราบจริงๆ
ว่าทหารเป็นอาชีพที่เป็นอย่างไร มีการใช้ชีวิตอย่างไร
เพราะฉะนั้นการให้ข้อมูลข่าวสารว่าการเป็นทหารนั้นได้อะไร เป็นอย่างไร
เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะจะทำให้คนไทยทั้งประเทศทราบในสิ่งที่เรียกว่า
คุณค่าแห่งการเป็นทหาร
มากกว่าจะบอกว่า เป็นทหารให้อะไรมากกว่าที่คุณคิด และไม่ต้องกลัวหรอกครับว่าถ้าบอกแล้วคนจะไม่มาเป็นทหาร ในต่างประเทศประเทศนั้น
เขาจะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนของเขาทราบว่าเป็นทหารจะเป็นอย่างไร จะได้อะไร
ลำบากอย่างไร และที่พิเศษจริงๆ คือหน่วยที่พิเศษต่างๆ
ที่ต้องผ่านหลักสูตรพิเศษที่ยากลำบากมีคนผ่านจำนวนน้อยกลับมีคนจำนวนมากเตรียมความพร้อมของร่างกายเพื่อที่จะได้สมัครเข้าไปเรียนในหลักสูตรและใฝ่ฝันที่จะอดทนจนสำเร็จหลักสูตรเข้าบรรจุในหน่วยงานพิเศษนั้นๆ
ความจริงเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องแปลกถ้ากองทัพของเรามีความโปร่งใส
มีความเป็นธรรมให้กับกำลังพลทุกคนที่เข้ามาในกองทัพ
โดยไม่สนใจว่ากำลังพลเหล่านั้นจะมีกำเนิดในการเป็นทหารอย่างไร จะจบจากโรงเรียนทหาร
หรือพลเรือนเมื่อเขาเหล่านั้นเข้ามาเป็นทหาร ควรที่จะมีโอกาสเท่าๆ กัน
และที่สำคัญคือท่านผู้มีอำนาจทั้งหลายจะไม่บรรจุแต่ลูกท่านหลานเธอที่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่อย่างทหารได้
วันๆ เป็นแต่กาฟากของกองทัพ แต่เครื่องแบบโก้หรูนวยนาด
แต่ถ้าให้ไปปฏิบัติหน้าที่อย่างทหาร เช่นก็โวยวาย คร่ำครวญ ไม่สามารถปฏิบัติได้
ซึ่งนับวันถ้าเราพิจาณาดูดีๆ
แล้วจะพบว่าในกองทัพมีกำลังพลประเภทนี้อยู่ในสัดส่วนที่เยอะจนทำให้การหมุนเวียนและจัดการกำลังพลเป็นไปด้วยความลำบาก
เพราะกองทัพไม่สามารถสรรหากำลังที่มีความเหมาะสมเข้ามาบรรจุได้
เนื่องจากต้องเสียที่เหล่านั้นไปให้ผู้ที่วิ่งเต้น ผู้ที่เป็นลูกท่านหลานเธอ
ซึ่งก็ไม่รู้ว่ากองทัพจะเป็นอย่างนี้ไปนานแค่ไหน
วันนี้การสร้างแรงบันดาลใจในการที่จะเป็นทหารให้กับเยาวชนไทยเป็นเรื่องที่มีความท้าทายเป็นอย่างยิ่ง
ทั้งนี้เพราะกองทัพเป็นหน่วยงานที่มีขนาดใหญ่ การดำเนินการใดๆ
ก็ตามที่ส่งผลกระทบต่อคนหมู่มากเป็นเรื่องที่กระทำได้ยาก
ทุกวันนี้กองทัพไทยต้องการคนรุ่นใหม่ คนที่มีไฟ คนที่มีความรู้หลากหลาย
แต่กองทัพในปัจจุบันทำอะไรไม่ได้มากเนื่องจากยังคงมีระบบอุปถัมถ์ที่สูง
มีวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่สอดคล้องกับธรรมาภิบาลและความโปร่งใสเนื่องจากในอดีตที่ผ่านมาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงเป็นเรื่องที่ลึกลับซับซ้อนมีชั้นความลับ
จนมีค่านิยมตามคำว่า Need to Know Basisis. หรือ รู้เท่าที่จำเป็น
จนทำให้เกิดการแสวงประโยชน์เหล่านี้โดยอ้างว่าเรื่องที่ต้องการปกปิด หมกเม็ด
ซุกซ่อน เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชาไม่จำเป็นอย่าไปรู้มันเป็นอย่างนั้นไปเสียหมด
ถ้ากำลังพลที่อยู่ในกองทัพสามารถทราบแนวทางที่ค่อนข้างที่จะมีความชัดเจนว่าเขาจะมีแนวทางเป็นอย่างไรในอนาคต
ถ้าประชาชนทั่วไปทราบว่าการเป็นทหารนั้นต้องทำอะไรอยู่อย่างไร หรือถ้ากล่าวง่ายๆ
คือ กองทัพมีความโปร่งใส กองทัพมีการสื่อสารภายองค์กรกับกำลังพลของตนเอง
และกองทัพมีการสื่อสารภายนอกองค์กรกับประชาชนทั่วไปย่อมที่จะทำให้เกิดภาพความเข้าใจในกองทัพ
และผลที่ตามมาคือทำให้คนที่อยากมาเป็นทหารเกิดแรงบันดาลใจในทางที่ถูก
อยากมาเป็นทหารเพราะการเห็นคุณค่าแห่งการเป็นทหาร และ มีความภูมิใจที่ได้เป็นทหาร
ไม่ใช่อยากมาเป็นทหารเพราะเรื่องอื่นๆ
ทหารที่มีอยู่ในกองทัพจึงจะมีความเป็นทหารอาชีพมากกว่าคนที่มีอาชีพเป็นทหาร
ยังไงก็ช่วยกันดูแลกองทัพกันนะสำหรับคนที่เป็นทหาร
เพราะถ้าไม่อย่างนั้นแล้วเรานี่แหละที่เป็นคนทำลายกองทัพเสียเองไม่ใช่อริราชศัตรูที่ไหนหรอกครับ........
|
|
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( วันพุธที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ.2551 )
|